ข่าวสารกิจกรรม

ข่าวสาร

โทร 02-934-7344

หน้าหลัก / ข่าวสาร

วรัญญู ศิลา สูตรสำเร็จการบริหารไม่มี…การเรียนรู้หยุดไม่ได้

“วรัญญู ศิลา” รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท สหการประมูล จำกัด (มหาชน)หรือ AUCT บุตรชายคนที่ 2 ของต้นแบบธุรกิจการประมูลในประเทศไทย “เทพทัย ศิลา” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สหการประมูลฯ ผู้ที่นำธุรกิจการประมูลทรัพย์สินเข้ามาในไทยเมื่อ 24 ปีก่อน และปลุกปั้นจนเป็นรูปเป็นร่าง แถมยังขยายจากการประมูลรถยนต์ และจักรยานยนต์ไปสู่อสังหาริมทรัพย์ และของแบรนด์เนม ล่าสุดยังเป็นผู้ได้รับเลือกจาก คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)ให้เป็นผู้ดำเนินการประมูล 4G เครือข่ายไร้สายความเร็วสูงชนิดพิเศษ 4G (ทั้งคลื่นความถี่ 1800 MHz และ 900 MHz)

ผู้บริหารหนุ่มวัย 30 กว่าๆ คนนี้ ยอมรับตั้งแต่ต้นเลยว่า ตอนเรียนไม่เคยมีความคิดว่าจะกลับมาทำงานของครอบครัว เพราะรู้สึกว่าไม่ใช่ทางของเขา จากการศึกษาที่จบปริญญาตรี นิเทศศาสตร์ จากเอแบค และไปเรียนถ่ายรูปที่นิวซีแลนด์อยู่พักหนึ่ง แต่เมื่อกลับมาเรียนต่อปริญญา MBA ที่เอแบคอีกครั้ง เขากลับรู้สึกสนุกกับการเรียน การคิดในระดับปริญญาโท มากกว่าการท่องตอนเรียนนิเทศศาสตร์

ทายาทคนนี้ถูกคุณพ่อค่อยๆ ดึงเข้ามาซึมซับธุรกิจของครอบครัว ด้วยการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการ ในบริษัทเขาค้อ ไฮแลนด์ รีสอร์ทฯ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งธุรกิจของครอบครัว และบริษัท สหการโฮลดิ้งฯ เขากลับรู้สึกสนุกเพราะธุรกิจที่ต้องดูแลเต็มตัวในช่วงแรกคือ เขาค้อไฮแลนด์ รีสอร์ท ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เขาต้องรับหน้าที่บริหารภาพรวม

“เขาค้อ พ่อขึ้นไปเกือบทุกเดือน ผมก็ตามไปเป็นประจำอยู่แล้ว มันไม่เหมือนที่ทำงานคือ ผมไม่ใช่แนวธุรกิจจ๋า แต่ผมก็จะพยายามหาไดเร็กชันว่า แต่ละอย่างมันควรประกอบด้วย 1 2 3 4 แต่ถ้าผิดจากที่คิด ก็มีนิดหนึ่งการทำธุรกิจแรกๆ มันก็มีหลายอย่างที่ขัดหูขัดตา”… แต่ก็สนุกที่ได้มีโอกาสคิด ได้ทำ ถือเป็นการเปิดมุมมองความคิดของตัวเอง แรกๆ ก็เป็นมาทำงานแบบกึ่งบังคับ ให้เป็นกรรมการก่อน และให้เรียนรู้ไปเรื่อยๆ ซึมซับไปเรื่อยๆ

“วรัญญู” เล่าให้ฟังว่า วิธีการบริหารงานของ “เทพชัย” ผู้เป็นพ่อ เป็นขาลุยและใช้วิธีการควบคุมการทำงานอยู่เบื้องหลัง ส่วนของสหการประมูล ช่วงก่อนเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงมอบหมายให้นักบริหารมืออาชีพเข้ามาทำหน้าที่เบื้องหน้า แต่เมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว เมื่อนำ บริษัท สหการประมูลฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) คุณพ่อก็ทำหน้าที่บริหารเต็มตัว ในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ และมอบหมายให้เขามารับหน้าที่ดูแลภาพรวม ในตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการ

การเปลี่ยนแปลงระบบบริหาร และการนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ “วรัญญู” บอกว่า เขาและพ่อมองว่าเป็นการเติบโตไปอีกสเต็ปหนึ่งของบริษัท จากการทำงานแบบเดิมไปเรื่อยๆ ก็สามารถทำได้ และบริษัทก็เติบโตแต่…ผมบอกพ่อว่า ผมทำแบบท่านไม่ได้ ทำแบบเถ้าแก่ มันโตยาก และผมทำไม่เป็น เจเนอเรชันของผมเกิดมากับคอมพิวเตอร์ มีระบบ ผมไม่ใช่เถ้าแก่ตบหลังลูกน้อง มันคลุกคลีไม่ได้มากขนาดนั้น พ่อผมเริ่มมาจากมีลูกน้อง 2 คน แล้วขยายมาเรื่อยๆ ตอนนี้เรามีพนักงานกว่า 300 คน ผมจะไปนั่งตบหลังทุกคนมันทำไม่ได้ มันถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลง และต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย

สิ่งที่จะได้เห็นการเปลี่ยนแปลง หลังจากนี้คือ การวางระบบที่ตอบสนองลูกค้าได้ดีขึ้น โดยการพัฒนาโปรแกรมขึ้นมาเอง ซึ่งจะช่วยลดต้นทุน เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการทำงาน และตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ตรงเป้ามากขึ้น
การเปลี่ยนแปลงของสหการประมูล จะยังไม่หยุดอยู่แค่นี้ แต่จะมีการเปลี่ยนแปลงเรื่อยๆ ต่อเนื่อง…มันไม่มีทางที่จะหยุด สิ้นปีนี้อาจจะเสร็จสเต็ปหนึ่ง ปีหน้าต้องเริ่มสเต็ปใหม่ ไม่งั้นคู่แข่งจะเดินเลยหน้า และเราจะถอยหลัง หลังจากระบบไอทีและระบบฐานข้อมูลเข้าที่ ก็จะเดินไปสู่ขั้นตอนการปรับปรุงและเพิ่มบริการ ไปจนถึงการสื่อสารถึงลูกค้า ซึ่งนั่นก็คือการทำตลาด และยังมีแผนขยายไลน์สินค้าใหม่ๆ เข้ามาเพิ่ม

“จุดแข็งของเรา คือการแก้ไขปัญหาให้ลูกค้า และจำนวนสาขาที่มีครอบคลุมทั่วประเทศ และอีกเรื่องคือการบริการ แต่เรายังสามารถปรับปรุงได้อีกเยอะ ตอนนี้อาจดีได้ระดับหนึ่ง เมื่อนำระบบไอทีมาใช้และวางระบบการทำงานไม่ให้ซ้ำซ้อน ก็จะมีคนที่สามารถนำไปใช้ในจุดอื่นๆ ได้เพิ่มขึ้น ตอนนี้ทุกอย่างดีขึ้น เราเดินมาไกลแล้ว เปลี่ยนได้ระดับหนึ่งแล้ว แต่เราก็ยังเปลี่ยนต่อเนื่อง”

“สูตรสำเร็จในการบริหารไม่มี…ในความคิดของผม เมื่อ 10 ปีก่อน คุณทำแบบนี้ซักเซส แต่ตอนนี้ทำแบบเดิมคุณอาจไม่ซักเซสก็ได้ ทุกอย่างเปลี่ยน คนเปลี่ยน ความคิดเปลี่ยน ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา Attitude คนเราควรเปลี่ยนได้…เราต้องไม่หยุดเรียนรู้ นั่นอาจจะเป็นคีย์ซักเซส”

“วรัญญู” บอกว่า ธุรกิจของสหการประมูลที่ผ่านมา เติบโตในช่วงเศรษฐกิจขาลง เพราะเมื่อคนขัดสนไม่มีเงินผ่อนรถ ไฟแนนซ์ก็จะยึดรถเหล่านั้นมา แล้วสหการประมูลทำหน้าที่เป็นคนกลางเคาะราคาขายที่เหมาะสมให้กับเต็นท์รถ หรือผู้สนใจอื่นๆ แต่เขามองว่า ธุรกิจการประมูลสามารถขยายได้มากกว่านั้น สามารถเติบโตได้ทั้งเศรษฐกิจขาขึ้น และขาลง เพียงแต่มีวิธีการบริหารจัดการที่ดีขึ้น และเพิ่มช่องทางใหม่ๆ เข้ามา เช่น การเปิดโอกาสสื่อสารโดยตรงกับลูกค้าทั่วไป (End-user) ที่สนใจขายรถหรือสินค้าของตัวเอง ก็สามารถนำเข้ามาให้สหการประมูลช่วยเคาะขายให้ได้ โดยเสียเพียงค่าบริการ หากรถสามารถขายได้ ก็สามารถรับเงินสดไปได้เลย หรือในทางกลับกัน ก็สามารถมาเคาะซื้อรถที่ตัวเองสนใจได้ด้วย

สหการประมูล มีหน้าที่ชี้แจงรายละเอียดที่เป็นจริงของสินค้าที่นำมาเคาะขายอยู่แล้ว ถือเป็นความโปร่งใส ที่ลูกค้าสามารถเชื่อถือได้

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 35 ฉบับที่ 3,106 วันที่ 19 – 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

FACEBOOK

TOP