ประวัติการก่อตั้งบริษัท

เกี่ยวกับเรา

โทร 02-934-7344

หน้าหลัก / ประวัติการก่อตั้งบริษัท

ประวัติการก่อตั้งบริษัท

บริษัท สหการประมูล จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2534 ในนามบริษัท สหการประมูล จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 3 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินธุรกิจด้านการประมูลสินค้าประเภทรถยนต์ ภายใต้การบริหารงานเริ่มแรกของนายเทพทัย ศิลาซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งและบุกเบิกธุรกิจมาตั้งแต่เริ่มต้น

เดิมผู้ก่อตั้งประกอบธุรกิจค้ารถยนต์มือสองต่อมาในปี 2534 ผู้ก่อตั้งได้จัดตั้งบริษัทฯ ขึ้นเนื่องจากได้เล็งเห็นโอกาสในการประกอบธุรกิจให้บริการประมูลรถยนต์ ซึ่งในขณะนั้นประเทศไทยยังไม่มีการดำเนินธุรกิจดังกล่าวอย่างจริงจัง จึงได้เริ่มทำการศึกษาถึงความต้องการของลูกค้า ตลอดจนแนวทางการประกอบธุรกิจการประมูลสินค้าประเภทรถยนต์จากหลายๆประเทศ อาทิเช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภคคนไทยในการซื้อ/ขายรถยนต์ด้วยราคายุติธรรมและสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย โดยบริษัทฯ ถือเป็นบริษัทแห่งแรกในประเทศไทยที่เปิดดำเนินธุรกิจด้านการประมูลรถยนต์ในรูปแบบเปิด (Open Auction) ซึ่งเป็นรูปแบบของการประมูลซึ่งผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของทรัพย์สินใดๆจะต้องแสดงเจตจำนง ด้วยการเสนอราคาต่อสาธารณะ หรือกลุ่มผู้เข้าร่วมประมูล โดยผู้ที่เสนอราคาสุดท้ายสูงที่สุดจะเป็นผู้ที่ชนะการประมูล

ปัจจุบันนอกจากบริษัทฯ ให้บริการประมูลรถยนต์เป็นหลักแล้ว บริษัทฯ ยังจัดให้มีการบริการประมูลรถจักรยานยนต์ตลอดจนสินค้าประเภทอื่นๆ ตามความต้องการของลูกค้า เช่น บ้านและที่ดิน หุ้น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และสินค้าเบ็ดเตล็ดมียี่ห้อ เช่น กระเป๋า นาฬิกา (“สินค้าแบรนด์เนม”) เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ซึ่งไม่จำกัดแต่เพียงรถยนต์และรถจักรยานยนต์เท่านั้น

บริษัทฯ มีสำนักงานใหญ่ซึ่งมีพื้นที่ส่วนหนึ่งสำหรับใช้เป็นสถานที่ประมูลแห่งแรกตั้งอยู่ริมถนนลาดพร้าวระหว่างซอย 85 - ซอย 87 ต่อมาในปี 2535 บริษัทได้ย้ายสำนักงานใหญ่มาตั้งอยู่ที่ 518/28 ซ.รามคำแหง 39 (เทพลีลา 1) แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310 ซึ่งตั้งอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพ การคมนาคมสะดวก และมีพื้นที่เพียงพอที่จะรองรับการเติบโตของธุรกิจการให้บริการประมูลในอนาคต ทั้งนี้สถานที่ตั้งดังกล่าวถูกใช้เป็นสำนักงานใหญ่ของบริษัทฯ มาจนถึงปัจจุบัน

ด้วยระบบการประมูลที่โปร่งใสได้มาตรฐานประกอบกับประสบการณ์อันยาวนาน ทำให้บริษัทฯ ได้รับการยอมรับและไว้วางใจจากสถาบันการเงินต่างๆ บริษัทเอกชน และองค์กรของภาครัฐ เช่น องค์กรเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ปรส.) ให้เป็นผู้ดำเนินการบริหารงานประมูลขายทอดตลาดทรัพย์สินทุกประเภท เช่น รถยนต์ อสังหาริมทรัพย์ ทรัพย์สินทั่วไป มาโดยตลอด

ประวัติความเป็นมาและพัฒนาการที่สำคัญของบริษัทฯ สามารถสรุปได้ดังนี้

ปี 2534 - 2540
  • บริษัทฯ จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มแรกมูลค่า 3 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินธุรกิจการประมูลรถยนต์ จากนั้นจึงเพิ่มทุนจดทะเบียนและชำระแล้วเป็น 13 ล้านบาท และ 25 ล้านบาท ตามลำดับ เพื่อใช้เป็นเงินลงทุนในการขยายกิจการและเป็นเงินทุนหมุนเวียน รวมทั้ง บริษัทฯ ได้เริ่มจัดการประมูลรถจักรยานยนต์เพื่อเป็นการขยายฐานลูกค้า
ปี 2541 - 2545
  • ได้รับการแต่งตั้งจากองค์การเพื่อการปฏิรูปสถาบันการเงิน (ปรส.) เพื่อทำการประมูลรถยนต์และทรัพย์สินของสถาบันการเงินที่ปิดกิจการ
  • บริษัทฯ เป็นบริษัทแห่งแรกรายเดียวในประเทศไทย และเป็นแห่งที่ 2 ของเอเชียถัดจากประเทศญี่ปุ่นที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิก National Auto Auction Association(NAAA) ซึ่งเป็นองค์กรผู้ประกอบธุรกิจการประมูลระดับสากลที่ไม่หวังผลกำไร ตั้งอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกามีสมาชิกในประเทศต่างๆ 270 แห่ง มีจุดมุ่งหมายเพื่อยกระดับมาตรฐานการประมูลรถยนต์ โดยปกป้องผลประโยชน์ของผู้ซื้อและผู้ขาย และสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใสและยุติธรรม
  • เพิ่มทุนจดทะเบียนและชำระแล้วเป็น 110 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นเงินลงทุนในการขยายกิจการและได้เริ่มรับจัดประมูลสินค้าประเภทอื่นๆ เช่น บ้านและที่ดิน หุ้น เฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ซึ่งไม่จำกัดแต่เพียงรถยนต์และรถจักรยานยนต์เท่านั้น
ปี 2546 - 2550
  • เริ่มจัดการประมูลสัญจรในต่างจังหวัดเป็นครั้งแรก และทำการเปิดพื้นที่จัดเก็บทรัพย์สินในส่วนของรถยนต์ทั้งสิ้น 17 จังหวัด ซึ่งได้แก่ พิษณุโลก เชียงใหม่ นครสวรรค์ สกลนคร ร้อยเอ็ด อยุธยา ชลบุรี นครปฐม สระบุรี อุบลราชธานี นครราชสีมา อุดรธานี ขอนแก่น สงขลา สุราษฎร์ธานี ตรัง ภูเก็ต เพื่อให้ครอบคลุมการประมูลทั่วภูมิภาค ตลอดจนเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่เจ้าของทรัพย์สิน
  • บริษัทฯ จัดตั้งสาขาที่รังสิต – คลอง 8 เพื่อเป็นการขยายฐานลูกค้าในเขตปริมณฑล
ปี 2551 - 2552
  • เพิ่มพื้นที่จัดเก็บทรัพย์สินในส่วนรถยนต์จำนวน 3 จังหวัด ซึ่งได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์นครศรีธรรมราช และระยอง เพื่อเป็นการขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมภาคใต้ และภาคตะวันออก
ปี 2555
  • บริษัทฯ ร่วมมือกับไปรษณีย์ไทยสาขาแจ้งวัฒนะเพื่อใช้สถานที่ในการประมูล โดยพื้นทีดังกล่าวผู้เข้าร่วมประมูลสามารถทดลองขับรถยนต์ก่อนเข้าร่วมการประมูล ซึ่งเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ลูกค้า และร่วมมือกับบริษัท โตชิบ้า ไทยแลนด์ จำกัด จัดการประมูลเครื่องใช้ไฟฟ้าที่สาขารังสิต – คลอง 8 เพื่อขยายขอบเขตธุรกิจการประมูล
  • บริษัทฯ แปรสภาพจากบริษัทเป็นบริษัทมหาชนจำกัด และเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นสามัญทีตราไว้จากหุ้นละ 10 บาทเป็นหุ้นละ 0.50 บาทพร้อมทั้งเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 110 ล้านบาทเป็น 145 ล้านบาท
มีนาคม 2556
  • บริษัทฯ เปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นสามัญที่ตราไว้ของบริษัทฯ จากเดิมหุ้นละ 0.50 บาท เป็นหุ้นละ 0.25 บาท พร้อมลดทุนจดทะเบียนเหลือ 137.50 ล้านบาท โดยเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไป 110 ล้านหุ้น คิดเป็นทุนจดทะเบียนเพิ่มทุนทั้งสิ้น 27.50 ล้านบาท
  • ขยายพื้นที่สำนักงานใหญ่ประมาณ 14ไร่ โดยปรับความสูงพื้นที่เพิ่มขึ้นเพื่อใช้เป็น Safety zone ป้องกันน้ำท่วม และยกเลิกการประมูลที่แจ้งวัฒนะ
สิงหาคม 2556
  • หุ้นของบริษัทฯ เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ เป็นวันแรกเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2556
ปี 2557
  • บริษัทฯ มีการเปิดสถานที่ประมูลแห่งใหม่ที่ พุทธมณฑลสาย 2
  • บริษัทฯ มีการเพิ่มพื้นที่จัดเก็บทรัพย์สิน จำนวน 3 จังหวัด คือ เชียงใหม่ นครราชสีมา และ สุรินทร์
  • บริษัทฯ ได้มีการเพิ่มวันประมูลเป็น ประมูลทุกวัน โดยสลับกันไปในแต่ละสาขา
ปี 2558
  • บริษัทเพิ่มสถานที่และสาขาการประมูล ได้แก่ อุบลราชธานี อุดรธานี สุราษฎร์ธานี และ หาดใหญ่
  • บริษัทเพิ่มวันประมูลมากขึ้น
  • บริษัทเพิ่มประเภททรัพย์สินในการประมูล เช่น สินค้าแบรนด์เนม อสังหาริมทรัพย์
  • บริษัทรับดำเนินการจัดการประมูลให้แก่หน่วยงานราชการ เช่น กรมศุลกากร คณะกรรมการป้องกันปราบปราม ยาเสพติด (ปปส.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)
  • บริษัทฯ ได้รับความไว้วางใจให้ดำเนินการจัดการประมูล ใบอนุญาตคลื่นความถี่ 1800 Mhz. และ 900 Mhz. รองรับ 4G ของ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

FACEBOOK

TOP